ขอเชิญร่วมพิธีตอกเสาเข็มต้นแรก ในการสร้าง “ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์”

ในวันลอยกระทงวันเพ็ญเดือน 12 (พุธที่ 28พ.ย. 55) 

 

ที่มาของปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์ พุทธอุทยานนานาชาติ หนองคาย

“ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์” เจดีย์รูปทรงปฏิมากรรมดอกบัวโดยเป็นเจดีย์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก

ที่จำลองปฏิมากรรมบนสวรรค์ 2 ชิ้นมาต่อกัน ที่จะใช้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุอรหันต์พระพุทธสาวก อสีติมหาสาวก 80 พระองค์ 

 ขอเชิญร่วมพิธีตอกเสาเข็มต้นแรกสถาปนา “ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์”

เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ

ณ พุทธอุทยานนานาชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 (วันลอยกระทง)

     ”พิธีตอกเสาเข็มซึ่งเป็นเสาเอก (ต้นแรก) ในการสร้าง “ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์” โดยเป็นเจดีย์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกที่จำลองปฏิมากรรมบนสวรรค์ 2 ชิ้นมาต่อกันและจะมีการจัดทอดผ้าป่าฉลองพุทธชยันตี จำนวน 2600 กอง ซึ่งประธานกองแต่ละท่านจะได้ร่วมพิธีตอกเสาเศรษฐีสวรรค์ด้วย 1 ต้นโดยใช้ค้อน เศรษฐีสวรรค์”

              สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ประสานงานภาคที่ท่านสังกัด หรือโทร. 081-632-8301, 081-718-1175, 081-632-8311, 089-699-7362
ร่วมบุญบริจาคกับมูลนิธิพุทธอุทยานนานาชาติได้ที่ บัญชี มูลนิธิพุทธอุทยานนานาชาติ ธ.กรุงเทพสาขารังสิต เลขที่ 165-5-52128-2

             สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมบุญได้ที่ โทร.089-6777505 พระจิรวัฒน์ สนฺติวฑฺฒโน

……………………………………………………………………

สำหรับผู้มีบุญที่ต้องการไปร่วมงานบุญ “พิธีตอกเสาเข็มซึ่งเป็นเสาเอก (ต้นแรก)“ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์”

ในวันพุธ 28 พ.ย.55 (วันลอยกระทง) นี้ ที่พุทธอุทยานนานาชาติ จ.หนองคาย

มีรถบัสแอร์อย่างดี ออกเดินทางจาก อาคารสำนักงานใหญ่ โถงช้าง วัดพระธรรมกาย

วันที่ 27 พ.ย.55 เวลา 23.00 น. ร่วมบุญไป-กลับคนละ 1,200 บ.

(สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่เสา M6 สภาธรรมกายสากล

วัดพระธรรมกายหรือโทร 089-6997362 )

……………………………………………………………………

ทัวร์บุญพิเศษ “ภูเขาควาย

26-28 พ.ย. 55

ไหว้พระธาตุหลวง,งานแห่ปราสาทผึ้ง

,ทอดผ้าป่าวัดหนองเขียด ฯลฯ ตักบาตรที่ประเทศลาว

และร่วมงานตอกเสาเข็มต้นแรก “ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์“ 

โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

081-398-5124 ,081-404-6262 (พักโรงแรม)

 ……………………………………………………………….

รายชื่อโรงแรมที่พักในเมืองหนองคาย และโพนพิสัย 

(สำหรับเจ้าภาพผู้มีบุญ…ที่สอบถามมา…ที่ต้องการพักภายนอกพุทธอุทยานนานาชาติ จ.หนองคาย )
ในการทำร่วม “พิธีตอกเสาเข็มซึ่งเป็นเสาเอก (ต้นแรก) ในการสร้าง “ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์”
28 พ.ย.55(วันลอยกระทง)

1. โรงแรม รอยัล นาคารา rayal nakhara hotel
ในเมือง อำเภอเมือง จ.หนองคาย 042-422-889

2.โรงแรม บุษยรินทร์ ในเมือง อำเภอเมือง 
จังหวัดหนองคาย โทร . 042-412-599 

3.โรงแรม หนองคาย แกรนด์ ( Nongkhai Grand Hotel)
อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 042-420-033 , 042-420-044
http://r 24.org/relaxzy.com/isan.nongkhaigrand/

4.โรงแรม รอยัล แม่โขง หนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 
ราคา พิเศษ 042-465-777 http://r24 .org/relaxzy.com/isan/mekongroyal/

5. โรงแรมพรรณทวี เลขที่ 1049 ถนนหายโศก อำเภอเมือง หนองคาย
http://www/pantaweenongkhai.com Phone. + 66 (0 ) 42-4 11568

6. จันทร์หอม อพาร์ทเม้นท์ และแก้วคูณรีสอร์ท ซอยวัดศรีชมชื่น 
อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย http://www/janhom.com 
โทร. 084-686-0713 , 081-717-9428, 042-460293

7. บ้านกีรวรรณ บ้านพักริมฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ 215 หมู่ 2 ตำบลวัดหลวง
อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายhttp://www.keerawanhouse.com/
โทร. 081-692-4754 , 66-42-472-155 ( เรือนพัก ซอย 9 )

8.เอ็กซ์. โอ จำนวนห้องพัก : 16 ห้อง .ราคา : 200 – 400 บาท
ถนนพิสัยสรเดช บ้านจอมนาง อำเภอโพนพิสัย จ.หนองคาย 
โทรศัพท์: 042-471-466

9. โรงแรมบุญทวี 
165 ม. 16ถ. พิสัยสรเดช ต. จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 43120
โทร . 042-405-399 , 084-519-0181( กัญญาพัชร) 
Fax. 042-471-567 Web site: http://www. boontaweenhotel.com
E-mail : pop_jai@hotmail.com

10. โรงแรม ราชา โพนพิสัย จ. หนองคาย 43120
โทร. 042-471-009 rajahotel and resort.com

……………………………………………………………………

 

“ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์”

              เจดีย์รูปทรงปฏิมากรรมดอกบัว ที่จะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุอรหันต์พระพุทธสาวก อสีติมหาสาวก 80 พระองค์

             ซึ่งจะเริ่มทำการตอกเสาเข็มต้นแรก ในการก่อสร้าง “ปทมรัตน์ธรรมเจดีย์”ในวันลอยกระทงวันเพ็ญเดือน 12

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2555     ณ พุทธอุทยานนานาชาติ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 

 

VDO พิธีตอกเสาเข็มต้นแรก ปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์

             สำหรับ “มูลนิธิพุทธอุทยานนานาชาติ” แห่งนี้ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2548 โดยมี ฯพณฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานมูลนิธิ ตั้งอยู่ เลขที่ 65 หมู่ที่ 13 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บนพื้นที่ 300 ไร่ เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงและถนนทางหลวงแผ่นดินสายหนองคายบึงกาฬ ในเขตอำเภอโพนพิสัยติดกับห้วยน้ำเป มีวัตถุประสงค์เพื่อ

(1) เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั่วโลก

(2) เป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าและเผยแผ่พระพุทธศาสนา

(3) เป็นสถานที่ประชุมอบรมและฟังธรรมของพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า

(4)เป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติธรรมและประกอบกิจกรรมทางด้านพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณีทั้งของประชาชนชาวไทยและในระดับนานาชาติ

(5) เป็นพุทธบูชาและเป็นพุทธานุสรณียสถานสืบสานตำนานบั้งไฟพญานาคให้ชาวโลกได้ รับรู้ความจริง

(6) เป็นรมณียสถานอันสงบร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป

อานิสงส์ของการสร้างพุทธอุทยานนานาชาติ

           พุทธอุทยาน และปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์สร้างเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้วสร้างเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวพุทธทั่วโลก ตั้งอยู่ตรงข้ามภูเขาควายซึ่งเป็นสถานที่อยู่ของพระผู้สำเร็จมากมายแต่ละรูปอายุเป็นร้อยกว่าปีและข้างใต้เป็นที่อยู่ของพญานาค ปีนี้พ่นไฟร้อยกว่าดวงถวายเป็นพุทธบูชา การร่วมสร้างปทุมรัตน์ธรรมเจดีย์มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่เพราะเป็นสถานที่ที่รองรับทุกสรรพสิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ย่อมได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่พึงปรารถนา

ย่อมได้รับทุกสิ่งทุกอย่างเพราะแผ่นดินเป็นที่รองรับของทุกสรรพสิ่งที่บังเกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ประโยชน์ใด ๆ ก็ตามที่บุคคลเมื่อมาเยือน มาใช้ประโยชน์ บุคคลผู้ถวายแผ่นดินย่อมมีส่วนได้รับผลบุญนับจะประมาณ

            บุคคลที่มีส่วนร่วมในการสถาปนาพุทธอุทยานนานาชาติ ย่อมบันเทิงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ท่องเที่ยวอยู่ใน 2 ภพภูมิคือ มนุษยโลกและเทวโลก จะได้เกิดในร่มเงาของพระพุทธศาสนา อุปสรรคานานามลายสิ้น เมื่อยามประพฤติปฏิบัติธรรมย่อมเข้าถึงพระรัตนตรัยได้โดยง่าย

 

 ร่วมบุญบริจาคกับมูลนิธิพุทธอุทยานนานาชาติได้ที่

บัญชี มูลนิธิพุทธอุทยานนานาชาติ ธ.กรุงเทพสาขารังสิต

เลขที่ 165-5-52128-2

โทร.089-6777505

  พระจิรวัฒน์ สนฺติวฑฺฒโน

ตั้งอยู่ เลขที่ 55 หมู่ที่ 1 ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

สอบถามรายละเอียด โทร. 081-632-8301, 081-718-1175, 081-632-8311, 089-699-7362

   ————————————————————————————————————————————————————–

ความรู้เพิ่มเติมเรื่อง อสีติมหาสาวก คือ พระภิกษุสาวกผู้ใหญ่ 80 รูป

หรือ พระสาวกผู้ยิ่งใหญ่ 80 รูปหรือ พระสาวกสำคัญ 80 รูป ของพระพุทธเจ้า

ความหมาย

              ความหมายของคำว่า ‘อสีติมหาสาวก’ ตามรูปศัพท์ คำว่า ‘อสีติมหาสาวก’ เป็นคำสมาสประกอบด้วยคำ ‘อสีติ’ และ ‘มหาสาวก’ คำว่า ‘อสีติ’ เป็นปกติสังขยา คือ จำนวนนับตามปกติ แปลว่า ‘80’ ส่วน ‘มหาสาวก’ ประกอบด้วยคำว่า ‘มหา’ ซึ่งเป็นคุณศัพท์แปลว่า ใหญ่,มาก, สำคัญ และคำว่า ‘สาวก’ ซึ่งเป็น คำนามกิตก์ ประกอบรูปมาจากธาตุ ‘สุ’ (ในความหมายว่าฟัง) +ปัจจัย ณฺวุ มีรูปศัพท์ ว่า ‘สาวก’ แปลว่า ผู้ฟัง ในที่นี้หมายถึง ภิกษุผู้บรรลุธรรมชั้นสูงสุดคืออรหัตผล

              ดังนั้นคำว่า ‘อสีติ’ และ ‘มหาสาวก’ เมื่อรวมเข้าด้วยกันเป็นคำสมาส เป็น ‘อสีติมหาสาวก’ จึงแปลว่า พระสาวกผู้ใหญ่ 80 รูป หรือ พระสาวกผู้ยิ่งใหญ่ 80 รูป หรือ พระสาวกสำคัญ 80 รูป

 

ที่มาของคำว่า “อสีติมหาสาวก”

             ในพระไตรปิฎกไม่มีคำว่า ‘อสีติมหาสาวก’ พบแต่คำว่า ‘พระสาวกเถระผู้มีชื่อเสียง’ แต่พบคำว่า ‘อสีติมหาสาวก’ ปรากฏอยู่ในหนังสืออรรถกถาต่างๆ คือ อรรถกถาธรรมบท สุมังคลวิลาสินี และ ปรมัตถทีปนี ส่วนรายนามของพระอสีติมหาสาวก ในพระไตรปิฎก มีกล่าวไว้ครบทั้ง 80 องค์แต่กล่าวไว้ในที่ต่างๆกัน ส่วนมากกล่าวไว้ในพระสุตตันตปิฎก ในอรรถกถาธรรมบทก็มีบ้าง ในปรมัตถทีปนีกล่าวไว้ครบเช่นเดียวกับในพระไตรปิฎก

 

หลักการเลือกพระอสีติมหาสาวก

              หลักการเลือกพระสาวก 80 รูปแล้วจัดเป็นพระอสีติมหาสาวก จากการเลือกพระสาวกแล้วจึงจัดเป็นพระมหาสาวกก่อน โดยยึดถือคุณธรรม และความสามารถ คือความชำนาญในอภิญญาสมาบัติและความแตกฉานใน ปฏิสัมภิทาเป็นหลัก โดยไม่เกี่ยวกับพรรษา และอายุ และด้วยเหตุนี้เองจึงปรากฏว่าได้จัดฆราวาสที่เป็นพระอรหันต์เข้าเป็นพระมหาสาวกด้วย 1 ท่านคือพระพาหิยะ ส่วนการคัดเลือกแล้วจัดให้เป็นพระอสีติมหาสาวกนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวินิจฉัยไว้โดยทรงเสนอเกณฑ์สำหรับพิจารณา ไว้ว่า พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นเอตทัคคะสงเคราะห์พระปัญจวัคคีย์ 4 พระองค์เข้าด้วย พระอุรุเวลกัสสปะ สงเคราะห์พระกัสสปะน้องชายอีก 2 พระองค์เข้าด้วย พระโมฆราชเป็น เอตทัคคะสงเคราะห์พระคณะเดียวกัน อีก 15 พระองค์เข้าด้วย อีกเกณฑ์หนึ่ง สงเคราะห์พระสาวกผู้มีชื่อระบุไว้ในเริ่มประกาศพุทธศาสนา แต่ไม่ได้ระบุอยู่ในจำนวน เอตทัคคะ คือ พระยสะกับพระสหายอีก 4 พระองค์ โดย 2 เกณฑ์นี้ได้พระสาวก เอตทัคคะ 41 พระสาวกสหจรแห่ง เอตทัคคะ ๒๓ พระองค์ ในเริ่มแรกประกาศพระพุทธศาสนา 1 สหจร 4 รวมเป็น 69 พระองค์ อีก 11 พระองค์เป็นพระสาวกที่จัดเข้าโดยหาเกณฑ์มิได้ แต่มีนามระบุอยู่ในช่วงกลางของการประกาศพระพุทธศาสนาบ้าง ในช่วงท้ายของการประกาศพระพุทธศาสนาบ้าง จากหลักการเลือกที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวินิจฉัยไว้นี้ สรุปได้ว่า

               กำหนดเอาพระสาวกผู้เป็นเอตทัคคะเป็นหลัก แล้วรวมพระสหจรในกลุ่มของท่านเข้าด้วยนี้เป็นเกณฑ์แรก ส่วนเกณฑ์ที่ 2 กำหนดเอาพระสาวกผู้มิได้เป็นเอตทัคคะ แต่มีชื่อระบุไว้ในปฐมโพธิกาล ตามหลักการเลือกนี้ เกณฑ์แรก ได้พระสาวก 64 รูป เกณฑ์ที่ ๒ ได้พระมหาสาวกอีก 5 รูป รวมเป็นได้พระมหาสาวก 69 รูป

                ที่เหลืออีก 11 รูปนั้น จัดเข้าโดยไม่มีหลักเกณฑ์ ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงวินิจฉัยว่า คงเป็นด้วยต่างอาจารย์ต่างเลือกกันจัดเข้าตามมติของตน เพื่อให้ครบ จำนวน 80 จึงต่างรายชื่อกัน”

                 อนึ่ง ในการเลือกพระสาวกแล้วจัดเข้า เป็นพระอสีติมหาสาวกนั้น ยังมีข้อที่น่าศึกษาเพิ่มเติมคือ เกิดมีขึ้นในยุคใด จากเหตุผลที่กล่าวมานี้ทำให้สันนิษฐานได้ว่า น่าจะมีเค้ามาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว โดยเห็นได้จากคำเรียกที่ว่า ‘พระสาวกเถระ ผู้มีชื่อเสียง’ ซึ่งเท่าที่ระบุนามไว้ ก็เป็นอสีติมหาสาวกทั้งหมด แต่มาเด่นชัดขึ้นในยุคสมัยของพระอรรถกถาจารย์ในลังกา

                 ทั้งนี้เพราะธัมมปทัฏฐกถา ก็ดี สุมังคลวิลาสินี ก็ดี ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่มีคำว่า “มหาสาวก” และ ‘อสีติมหาสาวก’ ปรากฏอยู่ล้วนเป็นคัมภีร์ที่แต่งขึ้นในลังกา หรือในยุคที่การศึกษาพระพุทธศาสนาในลังกากำลังรุ่งเรือง โดยพระอรรถกถาจารย์ผู้มีชื่อเสียงคือพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี พ.ศ. 900-1000 พุทธศาสนิกชนในยุคนั้นและยุคต่อมาทั้งพระและฆราวาส ต่างนิยมยกย่องในตัวพระอสีติมหาสาวกมาก คัมภีร์มหาวงศ์กล่าวว่า

                  พระเจ้าพุทธทาสแห่งลังกามีพระราชบุตร 8 องค์ล้วนทรงสุรภาพแกล้วกล้าการรณรงค์สงคราม ทรงขนานนามพระกุมารนั้นตามพระอัชฌาสัยของพระองค์ให้คงนามพระอสีติมหาสาวกทั้งหลาย พระเจ้าพุทธทาสองค์นี้ ได้แวดล้อมด้วยพระราชบุตรทั้งหลายอันทรงพระนามตาม พระอสีติมหาสาวกว่า สารีบุตร เป็นอาทิ พระองค์ทรงรุ่งเรืองอยู่ ดูประหนึ่งว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉะนั้น

รายนามพระอสีติมหาสาวก

พระมหาเถระนั่งด้านพระปรัศว์ขวา

  1. พระสารีบุตร

  2. พระอัญญาโกณฑัญญเถระ

  3. พระวัปปเถระ

  4. พระภัททิยเถระ

  5. พระมหานามเถระ

  6. พระอัสสชิเถระ

  7. พระนาลกเถระ

  8. พระยสเถระ

  9. พระวิมลเถระ

  10. พระสุพาหุเถระ

  11. พระปุณณชิเถระ

  12. พระควัมปติเถระ

  13. พระอุรุเวลกัสสปเถระ

  14. พระนทีกัสสปเถระ

  15. พระคยากัสสปเถระ

  16. พระมหากัสสปเถระ

  17. พระมหากัจจายนเถระ

  18. พระมหาโกฏฐิตะ

  19. พระมหากัปปินะ

  20. พระมหาจุนทะ

  21. พระอนุรุทธเถระ

  22. พระกังขาเรวตเถระ

  23. พระอานนท์

  24. พระนันทกเถระ

  25. พระภัคคุเถระ

  26. พระนันทเถรศากยะ

  27. พระกิมพิลเถระ

  28. พระภัททิยเถรศากยราชา

  29. พระราหุลเถระ

  30. พระสีวลีเถระ

  31. พระอุบาลีเถระ

  32. พระทัพพเถระ

  33. พระอุปเสนเถระ

  34. พระขทิรวนิยเรวตเถระ

  35. พระปุณณมันตานีบุตรเถระ

  36. พระปุณณเถระ

  37. พระโสณกุฏิกัณณเถระ

  38. พระโสณโกฬิวิสเถระ

  39. พระราธเถระ

  40. พระสุภูติเถระ

พระมหาเถระนั่งด้านพระปรัศว์ซ้าย

  1. พระมหาโมคคัลลานะ

  2. พระองคุลิมาลเถระ

  3. พระวักกลิเถระ

  4. พระกาฬุทายีเถระ

  5. พระมหาอุทายีเถระ

  6. พระปิลินทวัจฉเถระ

  7. พระโสภิตเถระ

  8. พระกุมารกัสสปเถระ

  9. พระรัฐบาลเถระ

  10. พระวังคีสเถระ

  11. พระสภิยเถระ

  12. พระเสลเถระ

  13. พระอุปวาณเถระ

  14. พระเมฆิยเถระ

  15. พระสาคตเถระ

  16. พระนาคิตเถระ

  17. พระลกุณฑกภัททิยเถระ

  18. พระปิณโฑลภารทวาชเถระ

  19. พระมหาปันถกเถระ

  20. พระจูฬปันถกเถระ

  21. พระพากุลเถระ

  22. พระกุณฑธานเถระ

  23. พระพาหิยเถระ

  24. พระยโสชเถระ

  25. พระอชิตเถระ

  26. พระติสสเมตเตยยเถระ

  27. พระปุณณกเถระ

  28. พระเมตตคูเถระ

  29. พระโธตกเถระ

  30. พระอุปสีวเถระ

  31. พระนันทะ

  32. พระเหมกะ

  33. พระโตเทยยะ

  34. พระกัปปะ

  35. พระชตุกัณณี

  36. พระภัทราวุธ

  37. พระอุทยะ

  38. พระโปสาละ

  39. พระโมฆราช

  40. พระปิงคิยะ

                   รายนามของพระอสีติมหาสาวกที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ รายนามเบื้องซ้ายเป็นพระมหาเถระนั่งด้านพระปรัศว์ขวา (เบื้องขวา) ของพระพุทธเจ้า ส่วนรายนามเบื้องขวาเป็นพระมหาเถระนั่งด้านพระปรัศว์ซ้าย (เบื้องซ้าย) ของพระพุทธเจ้า

                   การที่พระสาวกนั่งด้านปรัศว์ทั้ง 2 ข้าง ของพระพุทธเจ้า ถือเป็นธรรมเนียมครั้งพุทธกาล โดยมีหลักอยู่ว่าการปูลาดอาสนะ ในที่นิมนต์ ให้ปูลาดอาสนะของพระพุทธ เจ้าไว้ตรงกลาง ปูลาดอาสนะ ของพระสารีบุตรไว้ด้านพระปรัศว์ขวา ปูลาดอาสนะของพระมหาโมคคัลลานะไว้ด้านพระปรัศว์ซ้าย แล้วจึงปูลาดอาสนะพระสาวก รูปอื่นๆ ต่อจากอาสนะของพระมหาสาวก ทั้ง 2 นั้น

อ้างอิง

  1. ชีวประวัติพุทธสาวก ประวัติพระอัจฉริยะมหาเถระเมื่อครั้งพุทธกาล เล่ม 1 จำเนียร ทรงฤกษ์ , 2542 , พิมพ์โดยสำนักปฏิบัติธรรมสวนแก้ว (สาขาวัดปากน้ำ), พิมพ์โดย สำนักพิมพ์ธรรมสภา

  2. เว็บไซต์ 84000

  3. เว็บไชต ธรรมะ เกตเวย์

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*